บรรยากาศที่ท้องสนามหลวงคึกคักตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้าจัด “ซ้อมใหญ่ครั้งที่ 1” พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อทดสอบความพร้อมทุกภาคส่วนก่อนถึงวันประกอบพระราชพิธีจริง


ซ้อมครั้งนี้มี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับบท “พระยาแรกนา” บุคคลสำคัญของพิธี ขณะที่ขบวนเทพีคู่หาบทองและคู่หาบเงิน ซึ่งคัดเลือกจากข้าราชการหญิงในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ต่างแต่งกายงดงามตามราชประเพณี เข้าร่วมฝึกซ้อมอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางการดูแลอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย


เจ้าหน้าที่เผยตรงกันว่า ขณะนี้ทุกองค์ประกอบของพิธี “พร้อมเต็มร้อย” เพื่อรองรับพระราชพิธีจริงในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ซึ่งจะมีฤกษ์ไถหว่านระหว่างเวลา 08.09 – 08.39 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ถือเป็นพระราชพิธีเก่าแก่ที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย เปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้งต่อวิถีชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะเกษตรกร เพราะเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูก และเป็นขวัญกำลังใจสำคัญของผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมทั่วประเทศ

สำหรับปีนี้ พระราชพิธีแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่
- พระราชพิธีพืชมงคล (พิธีสงฆ์) จัดขึ้น ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธี และพระราชทานสิ่งมงคลแก่พระยาแรกนา
- พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (พิธีพราหมณ์) ซึ่งเป็นวันไถหว่าน ณ ท้องสนามหลวง
ย้อนประวัติศาสตร์ พิธีนี้เคยเว้นว่างไป ก่อนจะได้รับการฟื้นฟูอีกครั้งในปี 2503 และจัดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน พร้อมกำหนดให้วันดังกล่าวเป็น “วันเกษตรกร” ตั้งแต่ปี 2509 เพื่อยกย่องบทบาทสำคัญของเกษตรกรไทยในฐานะรากฐานเศรษฐกิจของประเทศ

นอกจากความศักดิ์สิทธิ์ของพิธี ยังมีการมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่เกษตรกรดีเด่น สหกรณ์ตัวอย่าง และปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นต้นแบบแก่สังคม
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมรับ “เมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน” ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งจะปิดรับลงทะเบียนภายในวันที่ 30 เมษายน 2569 พร้อมเชิญชวนติดตามการถ่ายทอดสดพระราชพิธีในวันที่ 13 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป

พิธีแรกนาในปีนี้ ไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรมตามราชประเพณีเท่านั้น แต่ยังเป็น “สัญญาณแห่งความหวัง” ที่สะท้อนถึงการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ของภาคการเกษตรไทย ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง



